อักษร ต – พ

อักษร ต

ตะกรน

เครื่องม้วนด้ายทำด้วยแผ่นไม้กลม ๆ ๒ แผ่นปิดหัวท้าย มีซี่ไม้ปิดรอบ ๆ ตรงกลางแผ่นไม้มีรูสำหรับร้อยเชือกหรือสอดไม้เพื่อให้ตะกรนหมุนได้  ตะกรนใช้ม้วนเส้นด้ายให้เป็นระเบียบก่อนนำไปถักเป็นเครื่องมือจับปลาหรือถักเครื่องใช้

ตะกอ

                ส่วนประกอบของกี่ทอผ้า เพื่อแยกเส้นยืนให้ขึ้นลงขัดกับด้ายเส้นพุ่ง โดยมีห่วงหรือตะกอคล้องเส้นยืน มีไม้สอดเป็นโครงยึดไว้กับโครงกี่ และโยงกับไม้เหยียบหูก การยกตะกอเป็นการแยกเส้นยืนโดยการเหยียบหูกขึ้นลงขณะทอ การเก็บตะกอหรือเก็บเขา แตกต่างกันไปตามลักษณะของผ้า ตะกอมี ๒ ชนิด คือ ตะกอลวด ส่วนใหญ่ใช้กับเครื่องทอผ้าในโรงงานอุตสาหกรรม ตะกอเชือก ใช้กับเครื่องทอผ้าหรือกี่ทอผ้าพื้นบ้าน

ตะเข็บ

                แนวผ้าที่เย็บติดกันเพื่อให้ผ้ามีขนาดที่ต้องการหรือตัดเย็บเป็นเครื่องนุ่งห่มให้มีรูปทรงเหมาะสมกับการใช้สอย

ตามะกล่ำ

ผ้าฝ้ายวสีคล้ำมีลายเล็ก ๆ เป็นจุดสีแดงเหมือนเม็ดมะกล่ำ  ใช้เป็นผ้านุ่ง

ตา

                ชื่อซิ่นลื้อแบบดั้งเดิม เป็นผ้าลายขวาง เย็บ ๒ ตะเข็บ ต่อหัวซิ่นและตีนซิ่นด้วยผ้าสีคราม

ตาบ

                เศษผ้าชิ้นเล็กๆ ใช้สำหรับปะเสื้อหรือกางเกงที่ขาด

ตาด

                ผ้าที่ทอด้วยไหมร่วมกับเงินแล่งหรือทองแล่ง ผ้าตาดมีหลายชนิด เช่น ผ้าตาดขาว ตาดเงิน ตาดทอง ตาดปีกแมลงทับ ตาดระกำ เป็นต้น

ตีนจก

                ผ้าที่ต่อเชิงซิ่น ทอด้วยลายจก เรียก ซิ่นตีนจก รูปแบบของตีนจกแตกต่างกันไปตามความนิยมของกลุ่มชน

อักษร ถ

ถัก

                กรรมวิธีทำให้เส้นใยต่อเนื่องกัน โดยนำวัตถุดิบที่มีลักษณะเป็นเส้นใยมาสอดไขว้กันให้ต่อเนื่องเป็นผืน

ถง(ถิ่น-อีสาน)

                ถุงที่ทำด้วยผ้า ใช้ใส่สิ่งของต่างๆ บางทีเรียก ถุงย่าม

ถุง

ผ้านุ่งผู้หญิงที่เย็บชายติดกัน  ใช้นุ่งเช่นเดียวกับซิ่น

ถุงพุงหมู

ถุงย่ามเล็กๆ รูปรางคล้ายกระเพาะหมู

แถบ

                ผ้าผืนยาวหน้าแคบ สำหรับผู้หญิงใช้พันรอบอก คาดอก คล้องคอ หรือพาดไหล่ โดยปล่อยชายทั้งสองข้างให้ห้อยข้างหลัง หรือห่มเฉียงไหล่ปล่อยชายผ้าให้อยู่ด้านหน้า

อักษร ท

ทอ

                กรรมวิธีการทอผ้าที่พัฒนามาจากการถัก การทอเป็นวิธีสานลักษณะหนึ่ง เริ่มจากการใช้เส้นฝ้ายหรือเส้นไหมเป็นเส้นยืนในแนวตั้ง และใช้เส้นพุ่งในแนวนอนขัดกันไปอย่างต่อเนื่องในลักษณะยกขึ้นและข่มลงให้เส้นใยขัดสลับกันไปเรื่อยๆ จนเป็นผืนผ้าตามต้องการ ปัจจุบันพัฒนามาเป็นการทอด้วยกี่หรือหูก ใช้ฟืมกระทบเนื้อผ้าให้แน่น ทอผ้าหน้ากว้างมากขึ้นและพัฒนาเป็นการทอด้วยกี่กระตุกที่สามารถทอได้เร็ว และเป็นการทอด้วยเครื่องจักรในท้ายที่สุด

ทองแล่ง

                แผ่นทองคำที่ตีเป็นแผ่นบางๆ แล้วแล่งเป็นริ้วคล้ายตอก ใช้ทอผ้าร่วมกับฝ้ายหรือไหม

ท้องผ้า

                ส่วนกลางผืนผ้ามีสีต่างๆ กัน เชิงมีลายกรวย เช่น ผ้าปูมหรือผ้าลายอย่าง มักเรียกชื่อตามสีของท้องผ้า ได้แก่ ผ้าท้องเขียว ผ้าท้องขาว เป็นต้น

อักษร น

นมสาว

                ผ้าไทยโบราณชนิดหนึ่ง มีทองแล่งทอเป็นเส้นยืนและเส้นพุ่ง แล้วเอาลวดเงินงัดให้โปร่งแหลมคล้ายห่อขนมเทียน ตรึงด้วยทองแล่ง แลดูเป็นแสงแพรวพราว

ไน

                เครื่องปั่นด้ายหรือกรอไหม ทำด้วยไม้จริงและไม้ไผ่ เหล็ก เชือก ตัวไนทำด้วยไม้จริง มีสองขาฝังอยู่กับฐานไม้ ขาข้างหนึ่งทะลุฐานไม้มากกว่าขาอีกข้างทำให้ไนเอียง ปั่นได้สะดวก ปลายมีขาไม้เล็กๆ สำหรับยึดเหล็กปลายแหลมที่เรียก เหล็กใน ระหว่างขามีกงล้อทำด้วยซีกไม้ไผ่ประมาณ ๖-๘ อัน มีเชือกโยงเข้าหากัน ตรงกลางมีแกนเหล็กเป็นมือหมุนสำหรับหมุนกงล้อ จากกงล้อมีเชือกเป็นสายพานโยงไปยังเหล็กไน เมื่อหมุนกงล้อเหล็กในจะหมุนตาม แต่หมุนเร็วกว่า เพราะกงล้อมีขนาดใหญ่จึงทดรอบให้เหล็กไนหมุนเร็ว ทำให้ไนปั่นด้าย กรอด้าย กรอไหมได้เร็ว

อักษร บ

บัญจรงค์

                ผ้าห้าสีสมัยสุโขทัย มีปรากฏในจารึกวัดป่ามะม่วงหลักที่ ๕ ด้านที่ ๓ ว่า “เอาผ้าบัญจรงค์อันงาม”

บัวคอเสื้อ

                ผ้าทาบรอบคอเสื้อ

บู้ม

ผ้านุ่งโบราณของผู้ชาย  เป็นผ้าไม่มีลาย

เบญจรงค์

                ผ้าโบราณสมัยสุโขทัย เป็นผ้าห้าสี ได้แก่ สีดำ ขาว แดง เหลือง และเขียว เป็นผ้าชั้นดีจึงใช้ในพิธีสำคัญ อาจเป็นผ้าเดียวกับผ้าบัญจรงค์

ใบ

ผ้าเนื้อหนาและแน่น  ทอด้วยด้ายหลายเส้นควบด้วยระบบอุจสาหกรรม  ใช้หอ่อหุ้มวัตถุต่างๆ ใข้ทำใบเรือ ใช้เขียนรูป เป็นต้น

อักษร ป

ปองยี

ผ้าไหมโบราณของจีน เป็นผ้าเนื้อหยาบ สีมอไม่สดใส มีกาวเหนียว ๆ เพราะยังไม่รู้วิธ๊ล้างกงาวออกจากใยไหม สันนิษฐานว่าทอเมื่อประมาณ ๒,๐๐๐ ปี มาแล้ว ทอด้วยกี่มือที่ทำด้วยไม้เรียก ปังกี่ (Pongee) เมื่อผ้าชนิดนี้เข้ามาขายในประเทศสยาม คนไทยเรียกผ้าปองยีตามภาษาอังกฤษ

ปัก

                การสร้างลวดลายบนผ้าโดยใช้เส้นด้ายหรือไหมปักลงไปในเนื้อผ้าให้เกิดลายนูนบนหน้าผ้า หรือเสริมวัสดุอื่นลงไปบนผ้าเพื่อให้เกิดลวดลายอื่น

ปักลาย

                ผ้าฝ้าย ผ้าไหม หรือผ้าใยสังเคราะห์ นิยมใช้ผ้าพื้นสีอ่อน ใช้เข็มปักด้วยไหมหรือฝ้ายสีต่างๆ หรือดิ้นให้เป็นลวดลายต่างๆ โบราณปักด้วยมือ แต่ปัจจุบันปักด้วยจักรหรือเครื่องจักร

ปั่นฝ้าย

                การเอาปุยฝ้ายเข้าเครื่องหมุน (ไน) เพื่อทำให้เป็นเส้น(ดูเครื่องปั่นด้าย)

ปาเต๊ะ

                ผ้าย้อมสีชนิดหนึ่ง ปาเต๊ะ มาจาก บาติก วิธีการทำเหมือนผ้าบาติกแต่ปาเต๊ะมักเกิดสีตามรอยแยกของขึ้ผี้งเป็นลายแปลกตาถือเป็นเอกลักษณ์ของผ้าปาเต๊ะ

ปุยฝ้าย

เส้นใยที่ฟูออกมาจากดอกฝ้าย ฝ้ายเป็นพืชล้มลุกประเภทหนึ่ง  ดอกเป็นปุยนำมาทำให้เป็นเส้นด้วยการดีดหรืออิ้วให้ปุยแตกจากสมอและแยกออกจากเมล็ด  แล้วนำมาดีดรวมกันก้วยกงดีดฝ้ายให้ปุยฝ้ายฟูเสมอกัน  จากนั้นนาปั่นด้วยไนให้เป็นเส้น  ฝ้ายพันธ์พื้นเมืองมีอยู่ ๒ พันธ์ คือ ฝ้ายสีขาวเหมือนงาช้าง  และฝ้ายสีตุ่นหรือสีเนื้อ ฝ้ายทั้ง ๒ ชนิดนี้มีคุณศมบัติพิเศษคือ เมล็ดหรือปุยฝ้ายเล็กเส้นใยนุ่มและเหนียว เฉพาะพันธ์ฝ้ายสีเนื้อนั้นเป็นฝ้ายสีธรรมชาติที่มีสีสันงดงาม 

ป่าน

                พันธุ์ไม้หลายชนิดหลายสกุล เปลือกเป็นใยเหนียว ใช้ทอผ้าหรือฟั่นเชือก เช่น ปอกระเจา

ป่านกัญชา ปอแก้ว เป็นต้น

ปูม

                ผ้าไหมมัดหมี่จากเขมร ลวดลายเกิดจากการย้อมเส้นไหมให้เป็นลายและสีต่างๆ จากนั้นทอเป็นลาย ผ้าปูม บางทีเรียก ผ้าปูมเขมร สมปัก สมปักปูม

เปลือกไม้

                ผ้าที่ทอด้วยใยจากเปลือกต้นพืชหรือเปลือกไม้ มักมีเนื้อหยาบ บางทีเป็นปุ่มที่เกิดจากการต่อเส้นใย

เปศัส

ผ้าโบราณชนิดหนึ่งมีลายเป็นดอก ๆ

โปร่ง

ผ้าทอด้วยเส้นด้ายขัดกันห่าง ๆ คล้ายผ้ามุ้ง มักใช้ทำผ้าม่าน เบาะ และเครื่องเรือนต่างๆ

อักษร ผ

ผ้า

                สิ่งที่ทำด้วยเยื่อใย เช่น ฝ้าย ไหม ขนสัตว์ โดยวิธีทอหรืออัดให้เป็นผืน มักเรียกตามลักษณะของสิ่งที่ทำ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าไหม หรือตามลักษณะที่ใช้ เช่น ผ้ากราบ ผ้าอาบ ผ้าอ้อม

ผ้าเกาะยอ(ดู เกาะยอ)

ผ้าขิดอีสาน(ถิ่น-อีสาน)

                ผ้าที่ทอให้เกิดลวดลายบนผืนผ้า โดยเพิ่มเส้นพุ่งพิเศษเข้าไปแล้วยกและข่มเส้นเครือหรือเส้นยืน ทั่วไปมักมี ๓ ประเภทตามลักษณะใช้สอยคือ ขิดหมอน ขิดหัวซิ่น และขิดตีนซิ่น

ผ้าซักอาบ(ถิ่น-ใต้)

                ผ้าขาวม้าของภาคใต้ มีรูปแบบต่างกันและประโยชน์ใช้สอยหลายอย่าง

ผ้าแซงดำแซงแดง (ถิ่น- เหนือ)

ผ้าห่มทอด้วยฝ้ายสีขาว ใช้ด้ายที่ย้อมสีดำหรือแดงเซกเป็นเส้นยืนห่าง ๆ ทอผสมลายขิด เย็บหัวท้ายต่อกันเป็นผ้า ๒ ชั้น มีเชิงคล้ายผ้าหลบชาวล้านนา  ผ้าชนิดนี้นิยมใช้ในจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยใช้เป็นผ้าห่ม

ผ้าด้ายใหญ่(ถิ่นใต้)

ผ้าที่ทอด้วยเส้นด้ายขนาดใหญ่จึงหนาและทน  มีลวดลายและสีต่าง ๆ กัน นิยมใช้เป็นผ้าขาวม้าของชาวไร่ชาวนา  ใช้ผูกกับบ่าให้เด็กนั่ทงขณะเดินทาง ผูกเป็นเปลให้เด็กนอน  หรือใช้ปูลาดรองของสูงในการประกอบพิธีกรรม

ผ้าดำ

ผ้าสีดำเนื้อหยาบ  ใช้เป็นผ้านุ่งหรือเสื้อสำหรับทำงานในไร่นา   สมัยโบราณมักย้อมด้วยยางมะเกลือ เรียก ผ้าดำย้อมมะเกลือ  หรือ ผ้าย้อมมะเกลือ ใช้เป็นผ้านุ่งของสามัญชน

ผ้าดิบ

ผ้าที่ทอด้วยฝ้ายที่ไม่ได้ฟอก จึงมักมีสีขาวขุ่น  หากเป็นผ้าที่ทอจากโรงงงานมักเป็นเนื้อแข็ง เพราะมีแป้งเจือปนอยู่  ต้องซักเอาแป้งออกเนื้อผ้าจึงนุ่ม  นำไปตัดเย็ฐเป็นเครื่องนุ่งห่มหรือใช้ประโยชน์อย่างอื่น  ปัจจุบันมีผ้าดิบที่ฟอกแล้ว  จึงมีสีขาวและเนื้อนุ่ม

ผ้าแดง

ผ้าฝ้ายย้อมเป็นสีแดงเลือดนก  ใช้เป็นผ้านุ่งโจงกระเบนหรือตัดเป็นผืนเล็ก ๆ อย่างผ้าประเจียด  ใช้เป็นผ้าเช็ดน้ำหมาก เพราะสีน้ำหมากกับสีผ้ากลมกลืนกัน

ผ้าต่อง (ถิ่น-เหนือ)

ผ้าขาวม้าที่ใช้นุ่งลำลองอยู่กับบ้านหรือใช้งานต่าง ๆ นิยมทอเป็นลายตาหมากรุก หรือลายตาโก้ง

ผ้าตา

ผ้านุ่งหรือผ้าห่มที่ทอเป็นตา ๆ มักกำหนดสีด้สยเส้นยืนมากกว่า ๑  สี  ส่วนเส้นพุ่งมีตั้งแต่ ๒ สีขึ้นไปเพื่อให้เกิดตาสี่เหลี่ยม ผ้าตามีทั้งผ้าฝ้ายและผ้าไหม

ผ้าตาหม่อง(ถิ่น – อีสาน)

ผ้าครามมีเส้นสีขาวเป็นตารางใหญ่  ใช้นุ่งเป็นผ้าโสร่งผู้ชาย หรือ เย็บเป็นกางเกงหูรูดนุ่งเป็นกางเกงใน  ผ้าตาหม่องเป็นชุดอยู่บ้านของชาวบ้านตำนบลโคกคูนอำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นกลุมคนไทยโย้ย

ผ้าทอทองแล่งเงินแล่ง

ผ้าพื้นทองหรือผ้ายกดอกทอด้วยทองแล่ง หรือเงินแล่ง  โดยใช้ทองหรือเงินที่รีดเป็นแผ่นบาง ๆ แล้วแล่งให้เป็นเส้นด้ายคล้ายเส้นตอก (แล่งทองแล่งเงินคือการทำแผ่นทองให้เป็นเส้นเล็กๆ คล้ายตอก) หากต้องการทำให้เงินแล่งเป็นสีทองต้องกาไหล่หรือกะไหล่ทอง (ดู กาไหล่)  ทองแล่งและงเนแล่งอาจทอผสมกับไหมทำให้ผ้าดูแวว  ทองแล่งหากหุ้มเส้นไหมเรียก  ไหมทอง ใช้ทอผ้าให้ดูแพรวพราวมีค่ายิ่งขึ้น  ผ้าที่มีทองแล่งหรืองเงินแล่งเป็นส่วนประกอบ  ส่วนมากเป็นผ้าที่มาจากต่างประเทศ  เช่น ผ้าเยียรบับ ผ้าเข้มขาบ และผ้าตาด

ผ้าเบี่ยง

                ผ้าผืนสี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับห่มพาดเฉียงไหล่อย่างผ้าสไบ อาจมีลวดลายที่เชิงทั้งสองข้าง ทอด้วยลายจกอย่างผ้าแพรวา หรือทอเชิงเป็นลายขิด

ผ้าพื้นบ้าน

                ผ้าที่ผลิตขึ้นตามกรรมวิธีที่สืบทอดกันมาในท้องถิ่น มีกระบวนการในกลุ่มของตน ตั้งแต่การปลูกฝ้าย การเลี้ยงไหม การปั่นฝ้าย การสาวไหม ย้อมฝ้าย ย้อมไหมและกระบวนการทอ ทำให้เกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น

ผ้าพื้นเมือง

                ผ้าที่ทอกันแพร่หลายในวงกว้างมากกว่าผ้าพื้นบ้าน แต่มีเอกลักษณ์ร่วมกัน เช่น ผ้าไหมมัดหมี่ เป็นผ้าพื้นบ้านของภาคอีสาน เพราะเป็นผ้าที่ทอกันในหลายกลุ่ม ผ้ามัดหมี่เหล่านี้มีกรรมวิธีการย้อมและการทอคล้ายคลึงกัน แต่อาจมีลวดลายที่แตกต่างกันบ้างตามความนิยมของกลุ่มชน      

ผ้าพุมเรียง

                เป็นผ้าทอของชุมชนบ้านพุมเรียง ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฏร์ธานี แต่เดิมชาวบ้านซื้อไหมจากอีสานแล้วนำย้อมด้วยสีธรรมชาติ ทำให้ได้สีที่ประสานกลมกลืนกัน ส่วนลวดลายที่นิยมทอกันมากในอดีตคือ ลายยกเบ็ด ซึ่งเป็นลายโบราณ ปัจจุบันไม่มีการทอผ้านี้แล้ว

ผ้ายก

                ผ้าทอมีลาย โดยทอให้เส้นยืนและเส้นพุ่งขัดกันไม่เป็นระเบียบ ใช้เส้นยืนที่ยกขึ้นหรือเส้นยกและเส้นที่จมขัดกันตามที่กำหนด ทำให้เกิดลายนูนจากผ้า อาจทอด้วยเส้นไหมหรือดิ้น ถ้าทอยกด้วยไหม เรียก ยกไหม ถ้าทอยกด้วยดิ้นทอง เรียก ยกดิ้นทอง ถ้าทอยกด้วยดิ้นเงิน เรียก ยกดิ้นเงิน

ผ้าร้าย(ถิ่น-ใต้)

                ผ้าขี้ริ้วของภาคใต้ มักนำผ้าเก่าๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ จึงเรียกชื่อตามการใช้งาน

ผ้าสาบัน(ถิ่น-ใต้)

                ผ้าพิมพ์ดอกหรือมีลายในตัว ใช้เป็นผ้าโพกหัวในโอกาสพิเศษ เช่น รำรองเง็ง

ผ้าหน้านาง

                ผ้าผืนกว้างประมาณ ๙๐ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๓๐๐ เซนติเมตร ใช้นุ่งจีบแบบหน้านางคือ โอบจากด้ายหลังอ้อมตัวมาข้างหน้า จับชายผ้าทั้งสอง ชายพับทบกลับไปกลับมาเข้าหาตัว ใช้เข็มขัดคาดไม่ให้ผ้าหลุด

ผ้าหม้อนิล (ถิ่น- อีสาน)

                ผ้าของกลุ่มไทยโย้ย  ตำบลโคกคูน อำเภอกุดบาก จังหวัดสกลนคร  เป็นผ้าฝ้ายย้อมครามสีน้ำเงินเข้มเหมือนผ้าย้อมครามหรือห้อมของภาคเหนือ  ใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มในครัวเรือน

ผ้าหางกระรอก

                ผ้าไหมสีเหลือบเหมือนหางกระรอก เกิดจากการใช้เส้นไหมสีพื้นเป็นเส้นยืนและใช้ไหมเส้นพุ่งที่ตีเกลียวควบกันสองเส้นระหว่างไหมสีกับไหมขาว เมื่อนำมาทอกับเส้นยืนสีพื้น จะทำให้เกิดลายเหลื่อมกันเป็นสีเหลือบคล้ายหางกระรอก

ผ้าหลา (ไทโซ่ง)

          ผ้าฝ้ายทอมือย้อมครามขอชาวไทยดำ หรือไทยโซ่ง ริมผ้ากุ๊นด้วยสีแดง  ขาวเหลือง และเขียว  ยาวพอที่จะห่อตัวเด็กได้  โดยใช้สะพายด้านหน้า  ด้านข้าง หรือด้านหลัง โดยโอบชายผ้าผูกไว้ที่คอหรือเฉียงพาดบ่า  การใช้ผ้าหลาจะช่วยให้เด็กเดินทางไปกับแม่ด้วยความอบอุ่น  ไม่ยุ่งยาก แม่สามารถทำงานไปด้วยได้

ผ้าโฮล (ถิ่น – อีสาน)

                ผ้าพื้นบ้านของกลุ่มเชื้อสายเขมรในจังหวัดสุรินทร์  เป็นผ้าไหมมัดหมี่เนื้อดี  เส้นไหมละเอียด  กล่าวกันว่าเนื้อแน่นจนสามารถตักน้ำได้  ผ้าโฮลมี ๕ สี ได้แก่ สีเทา แดง ขาว เขียว และเหลือง  สีเหล่านี้ได้จากการย้อมสีธรรมชาติ  เนื้อผ้ามักมี ๒ สี ด้านหน้าเป็นสีอ่อน อีกด้านหนึ่งเป็นสีเข้มกว่า  ผ้าโฮลใช้เป็นผ้านุ่งในพิธีสำคัญ ๆ ผ้านุ่งผู้หญิงเรียก โฮลไสร  ผ้านุ่งโจงกระเบนผู้ชายเรียก โฮลเปราะฮ์

อักษร ฝ

ฝาง

                ต้นไม้ขนาดเล็ก มีหนาม ดอกสีเหลือง เนื้อไม้สีแดง ใช้ย้อมผ้าได้ผ้าสีแดง เรียก ผ้าย้อมฝาง

ฝ้าย

                ไม้พุ่มมีหลายชนิด เมล็ดให้น้ำมัน ปุยหุ้มเมล็ด ผ้าฝ้ายให้สัมผัสนุ่มนวล สวมใส่สบาย ดูดความชื้น ซับเหงื่อและระบายความร้อนได้ดี ย้อมสีและพิมพ์ลวดลายได้ง่าย ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง แต่ฝ้ายก็มีข้อเสีย เช่น หดตัวมาก ยับง่าย ไม่ทนเชื้อรา แสงแดด และกรด ปัจจุบันมีการพัฒนาให้คุณภาพดีมากจนเป็นที่นิยมทั่วไป

ฝืดไฟ

                ผ้าที่ไหม้ไฟยากหรือผ้ากันไฟ  เป็นผ้าที่ทอด้วยเส้นใยสังเคราะห์ที่ติดไฟยากหรือไม่ติดไฟเลย  เพื่อนำมาใช้ประโยชน์บางอย่าง  เช่น ใช้เป็นผ้าสำหรับเด็ก  ผ้าที่ใช้ในห้องนอน  ผ้าม่านและผ้าตกแต่งโลงมหรสพ ห้องประชุมที่มีคนจำนวนมาก

แฝง

                ผ้าชนิดหนึ่งทำด้วยไหมทองแดงถักโปร่ง ๆ คล้ายผ้ากรองทอง  แต่โปร่งและบางกว่า

 ขุนนางใช้เป็นผ้าคาดเอวในงานพระเมรุ บางทีเรียก  ผ้าสมรด  ผ้าสมรส  ผ้าสำรด  หรือ ผ้าคาด

อักษร พ

พวงสาว

                เครื่องสาวไหม รูปร่างคล้ายหลอดด้าย ทำด้วยไม้ เส้นลวด มีขาสำหรับตั้งบนปากหม้อต้มรังไหม

แพวา(ถิ่น-อีสาน)

                เป็นชื่อเรียกผ้าชนิดหนึ่งที่ห่มเฉียงไหล่ เป็นผ้าที่ชาวผู้ไทนิยมทอกันมาก ไม่นิยมทอตีนซิ่น ผ้าแพวามักใช้ในโอกาสพิเศษ จึงนิยมทอด้วยไหมซึ่งเป็นเส้นใยที่สามารถทอได้ละเอียด ประณีต ดูมีคุณค่ารเหมาะแก่การใช้สอย บางที่เขียน แพรวา

แพร

                ผ้าเนื้อลื่น เรียบเป็นมัน มีทั้งเนื้อหนาและเนื้อบาง ใช้ตัดกางเกงหรือเสื้อ เดิมทอด้วยใยไหมเล็กละเอียด ปัจุบันทอด้วยใยสังเคราะห์

แพรปังสี

                ผ้าแพรเนื้อเลี่ยนบางไม่มีดอก ใช้คลุมหรือห่ม

แพรย่นหนังไก่

                ผ้าแพรน้ำหนักเบา  ใช้เป็นผ้าแพรเพลาะ(ห่มคลุม) มีหลายสี  มักเป็นสีคล้ำนิยมใช้ในหมู่สามัญชนทั่วไป  บางทีเรียก แพรหนังไก่

แพรเลี่ยน

                ผ้าแพรเนื้อมันและเรียบ  บางทีเรียก แพรต่วน

แพรแส

                ผ้าแพรสีสด  เนื้อละเอียด ไม่หนามากเหมือนแพรปังลิ้น  ผ้าแพรแส บางทีเรียก แพรสี

แพรไหม

                ผ้าไหมทั่วไป ที่เรียกแพรไหม อาจเพราะผ้าไหมมีเนื้อมันลื่นคล้ายกับผ้าแพร

แพรอีโป้

                ผ้าขาวม้าแบบหนึ่งของชาวอีสาน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: