อักษร ฟ – ส

อักษร ฟ

ฟอก

                การทำผ้าให้สะอาด หรือทำให้ไหมหรือฝ้ายเป็นสีขาวก่อนนำไปย้อมเป็นสีด่างๆ

ฟองน้ำ

                ผ้าเนื้อหนา  ทอโปร่งเป็นรูพรุน คล้ายฟองน้ำ

ฟั่น

                การทำเส้นใยต่างๆ ให้เข้าเกลียวกัน มักใช้เชือกสองเส้นคลึงให้เป็นเกลียวโดยหมุนตามเข็มนาฬิกา มักใช้เปลือกปอที่ฉีกเป็นเส้นตากให้แห้ง แล้วฟั่นเป็นเส้นเรียก เชือกปอ

ฟืม

(ฟืม)

                เครื่องมือทอผ้าเป็นแผงไม้ยาว มีฟันเป็นซี่ๆ คล้ายหวี สำหรับสอดเส้นด้ายหรือเส้นไหม ใช้กระทบให้เส้นพุ่งกระชับ

ฟูยี

                ผ้าไหมเทียมจากญี่ปุ่น ทอด้วยเรยองกับด้ายแอซิเทต

อักษร ภ

ภังค

                ผ้าที่ทอด้วยด้ายผสม  เช่น ฝ้ายแกมไหม

อักษร ม

ม่อฮ่อม (ดู หม้อห้อม)

มะเกลือ

(ผลมะเกลือ)

                ต้นไม้ขนาดใหญ่ชนิดหนึ่ง แก่นดำ ผลดิบใช้ย้อมผ้าให้เป็นสีดำ เรียก ผ้าย้อมมะเกลือ

มัดหมี่

(การมัดหมี่)

                กรรมวิธีในการทอผ้าอย่างหนึ่งที่สร้างลวดลายก่อนย้อม  โดยเอาเชือกมัดด้ายหรือไหมเป็นเปลาะๆ ตามลาย  เมื่อย้อมสีจะไม่ติดส่วนที่มัดไว้  ทำให้เกิดลวดลาย  ถ้าต้องการให้มีหลายสีก้ต้องย้อมหลายครั้งจนครบสีที่ต้องการ  การย้อมำได้ ๒ วิธี คือ  การย้อมเส้นยืนตามความยาวของผ้า  และการย้อมเส้นพุ่งซี่งสามารถสร้างลายได้ไม่จำกัดความยาวของผ้า  กล่าวกันว่าการย้อมเส้นยืนอาจมีมาก่อนเส้นพุ่ง  สันนิษฐานกันว่าวิธีทอผ้ามัดหมี่อาจได้รับแบบอย่างมาจากประเทศอินเดียพร้อมกับสินค้าอื่น ๆ

มัสหรู่

                ผ้าเข้มขาบชนิดหนี่ง  ทอด้วยไหมสลับทองแล่งเป็นลายริ้ว  ในริ้วมีลายสลับอีกชั้นหนี่ง  บางทีเรียกมิสหรู่

มิสกรี

                เสื้อที่ตัดเย็บด้วยผ้าบาง ๆ คอกลมผ่าลึกพอให้สวมได้  บางทีติดกระดุมสามเม็ด แขนเสื้อต่อเป็นแขนตรง  ผู้ชายใช้ใส่อยู่กับบ้าน

ไม้เก็บขิด

                ไม้ไผ่เหลากลมๆ ปลายแหลม สำหรับสอดเข้าไปงัดเส้นด้ายยืนเพื่อสอดด้ายสีให้เป็นลวดลาย

ไม้เก็บเขา

                ไม้ไผ่แท่งกลมๆ ขนาดเล็ก มีไม้ค้ำยันอันเล็กๆ ผูกติด ใช้สำหรับเก็บเขา

ไม้กำฟั่น

(ไม้กำพั่น)

                ไม้สำหรับม้วนผ้าที่ทอแล้ว ม้วนเก็บไว้ด้านที่คนทอผ้านั่ง

ไม้ขัดกก (ถิ่น -อีสาน)

                ไม้ดึงเครือดอกไม่ให้เครือหลุดกลับไป  หลังจากสอดด้ายเข้าเขาและฟันฟืมแล้ว

ไม้คำพั่น(ดู กี่)

ไม้ดาบ

(ไม้ดาบ)

                ไม้จริงแผ่นบางๆ คล้ายไม้บรรทัด ปลายมนแหลม ใช้สอดระหว่างเส้นยืนเมื่อทอผ้าลายขิด

ไม้ล้อ(ดู เก็บฝ้าย)

ไม้เปียด้าย

                ไม้สำหรับม้วนด้ายหรือไหมให้เป็นระเบียบ  ทำด้วยไม้กลมหรือสี่เหลี่ยมยาวประมาณ ๒ คืบ เป็นแกนสำหรับจับ  ข้างหนึ่งมีไม้โค้งเล็กน้อยตรึงอยู่ตรงกลาง  อีกข้างหนี่งมีไม้โค้งลักษณะเดียวกันแต่ยาวกว่าติดบิดสบับข้างกัน 

ไม้เหยียบหูก(ดู กี่)

(ไม้เหยียบหูก)

อักษร ย

ยก

(ทอยก)

                ผ้าที่ทอให้เกิดลวดลายจากเนื้อผ้าโดยตรง ด้วยการยกเส้นยืนให้ไม่เป็นระเบียบ คือ ยกเส้นยืนบางเส้นขึ้นและข่มหรือกดลง ลายยกจะนูนบนเนื้อผ้า ลวดลายที่เกิดจะเรียงเป็นแถวไปตามความกว้างของหน้าผ้า หรือเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ไปตามความยาวผ้า อาจสอดเส้นพุ่งพิเศษเข้าไป

ยกดอก

(ผ้าทอยกดอก)

                ผ้าทอยกเป็นดอกหรือลวดลาย

ย่น

                ผ้าที่ทอด้วยเส้นด้ายปั่นเกลียว  และด้ายเส้นพุ่งกับด้ายเส้นยืนปั่นเกลียวไม่เท่ากัน ทำให้หน้าผ้าไม่เรียบ  เกิดเป็นผิวย่น

ย้อม

(การย้อมผ้า)

                การชุบหรืออาบด้วยสี  เพื่อให้ได้สีตามต้องการ  เช่น การย้อมเส้นด้ายหรือเส้นไหมให้เป็นสีต่าง ๆ ก่อนนำไปทอผ้า

ย้อมสีธรรมชาติ

                กรรมวิธีการย้อมเส้นฝ้ายหรือไหม และย้อมผ้าให้เป็นสีต่างๆ ด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ ใช้จากเปลือก ราก ใบ ดอก แก่น หรือผลของต้นไม้ ผสมกับวัตถุดิบอื่นเช่น ด่าง เกลือ สีที่ได้ เช่น

                 – สีแดง ได้จาก รากยอ แก่นฝาง ลูกคำแสด เปลือกสมอ ครั่ง

               – สีคราม ได้จาก ต้นคราม หรือต้นห้อม ใช้รากและใบ

               – สีเหลือง ได้จาก แก่นแข หรือ แก่นแกแล แก่นขนุน ต้นหม่อน ขมิ้น เปลือกไม้นมแมว แก่นสุพรรณิการ์ ดอกกรรณิการ์ ดอกดาวเรือง

               – สีตองอ่อน ได้จาก เปลือกต้นมะพูด เปลือกผลทับทิม แก่นแกแลและต้นคราม ใบหูกวาง เปลือกและผลสมอพิเภก ใบส้มป่อยและผงขมิ้น ใบแค ใบสับปะรดอ่อน

               – สีดำ ได้จาก ผลมะเกลือ ผลกระจาก ผลและเปลือกสมอ

               – สีส้ม ได้จาก เปลือกและรากยอ ดอกกรรณิการ์ (ส่วนที่เป็นหลอดสีส้ม) เมล็ดคำแสด

               – สีเหลืองอมส้ม ได้จาก ดอกคำฝอย

               – สีม่วงอ่อน ได้จาก ลูกหว้า

               – สีชมพู ได้จาก ต้นฝาง ต้นมหากาฬ

               – สีน้ำตาล ได้จาก เปลือกไม้โกงกาง เปลือกผลมังคุด

               – สีกากีแกมเหลือง ได้จาก หมากสง กับแก่นแกแล

               – สีเขียว ได้จาก เปลือกต้นมะริดไม้ ใบหูกวาง เปลือกสมอ ครามย้อมทับด้วยแถลง

ยับ

                สิ่งที่เป็นรอยย่นหรือเป็รชนรอยยู่ยี่  เช่นรอยยับบนกระดาษ ผ้า คำว่า “ยับ” มักใช้กับผ้าที่รอยพับไม่เป็รชนระเบียบ

แย่ง

                ผ้าทอตาห่าง ๆ คล้ายผ้ามุ้ง หรือผ้าขาวเนื้อบาง  ใช้ช้อนปลาเล็ก ๆ

ใยจากขนสัตว์

                เส้นใยที่ทำจากขนสัตว์สำหรับใช้ทอผ้าประเภทต่างๆ เช่น ผ้าขนแกะ ผ้าขนแพะ ฯลฯ

ใยธรรมชาติ

                เส้นใยที่ได้จากเปลือกพืช เช่น ฝ้าย ปอ ป่าน รวมทั้งเส้นใยจากตัวไหม เมื่อนำมาทอผ้าจะได้ชนิดต่างๆ ที่คุณสมบัติแตกต่างกัน

ใยบัว

                ผ้าชนิดหนึ่ง เนื้อบางใส ทอด้วยไหมเส้นเล็ก(ไม่ควบ)

ใยประดิษฐ์

                เส้นใยสำหรับทอผ้าที่มนุษย์ประดิษฐ์ขั้น  เช่น ใยเยื้อไม้ (Cellulosic fiber) ได้แก่ เรยอง โพลิโนซิค แอซิเทต ใยสังเคราะห์ (Synthetic fiber) ส่วนใหญ่สังเคราะห์จากแร่ธาตุ เช่น โพลิเอสเตอร์ (ทำจากน้ำมันและก๊าซ) ไนลอน (ทำจากถ่านหิน) ไวนิลอน(ทำจากหินปูนกับถ่านโค้ก) อะคลิลิค (ทำจากถ่านหิน) และโพลีโพพิลีน(ทหจากก๊าซที่ได้จากกากน้ำมัน)

ใยพืช

                เส้นใยพืชที่นำมาเป็นเส้นสำหรับถักหรือทอเป็นผ้า  เชือก และเครื่องถักทอต่าง ๆ (ดู ป่าน)

ใยสับปะรด

                ผ้าหรือเครื่อวถักทอที่ทำด้วยใยสับปะรด  การดึงใยสับปะรดต้องตัดใบสับปะรดให้สุดความยาวของใบ  ใช้เศษกระเบื้อง (ได้จากจานกระเบื้องแตก) หรือใช้คมไม้ไผ่ผ่าครึ่ง ขูดส่วนที่เป็นเนื้อใบออก ดึงเส้นใยออกมาเป็นเส้น ๆ การขูดต้องระวังไม่ขูดให้เส้นใยขาดจากกัน  เส้นใยที่ได้มี ๒ ชนิด คือเส้นใยดิบ เป็นเส้นใยที่อยฝุ่ในสุดของใบ เป็นเส้นใยดีและละเอียด ใช้สำหรับทอผ้าเนื้อดีที่ต้องการความสวยงาม  เส้นใยดิบอีกชนิดหนี่งคือสเนใยที่อยู่ด้านนอก  มีลักษณะหยาบกว่า  เมื่อนำมาทอผ้าจะได้ผ้าคุณภาพต่ำ  นำมาตัดเสื้อผ้าไม่ได้  นอกจากจะนำมาทำเป็นเครื่องใช้ เช่น มุ้ง ผ้าม่าน ผ้าซับในกระเป๋า ผ้าใบเขียนรูป และอวนจับปลา

อักษร ร

ระบาย

                ริมผ้าที่ห้อยเกินออกมาจากขอบผ้า ใช้ตกแต่งให้สวยงาม

ระวิง

                ระวิงหรือหลาเป็นเครื่องกรอด้ายที่ปั่นแล้วจากไนให้เรียงกันเป็นระเบียบเป็นไจๆ ก่อนที่จะนำไปต้ม ย้อม หรือทำตามกรรมวิธีอื่น เพื่อให้ได้เส้นด้ายที่มีคุณภาพ

รังตั๊กแตน

ผ้าหน้าไม่เรียบ ขยุกขยิกเป็นแห่ง ๆ

รางเดินหูก

                ที่ค้นหรือจัดระเบียบเส้นด้าย ทำด้วยไม้เป็นรางยาว มีเหล็กปักเป็นระยะสำหรับเสียบหลอดด้าย เพื่อนำมากรอ

ร่างแห

                ผ้าเนื้อโปร่งบางคล้ายร่างแห  ทอด้วยไหมเรยอง  ใช้ทำม่านหรือคลุมผม

ราชประแตน

(ชุดราชประแตน)

                เสื้อคอปิด มีกระดุมตลอดอก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้า ฯ ให้มีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงการแต่งกายของพระบรมวงศ์และเสนาบดี ข้าราชการให้ทันสมัยมมากขึ้น  โปรดแกล้า ฯ ให้ช่างตัดเสื้อตามแบบที่ทรงได้มาเมื่อครั้งเสด็จที่กรุงกัลกัตตา  ประเทศอินเดีย

ราชวัตร

(ผ้าลายราชวัตร)

                ลายชนืดหนี่งเป็นตารางสลับกันป็นแนว  ใช้พิมพ์เป็นลายผ้าโบราณ  เช่น ผ้าลายราชวัตรเครือเถาก้านแย่ง ลายราชวัตรในรูปช่อดอกไม้ ลายราชววัตรดอกสี่เหลี่ยม หรือทอเป็นลายผ้า เช่น ผ้าลายราชวัตรเกาะยอ ผ้าขาวม้าราชวัตรลายบ้านนาหมื่นศรี จังหวัดตรัง เป็นต้น  ราชวัตร บางทีเรียก ราชวัติ

รามี

                ผ้าทอด้วยป่านรามี (Ramie fabrics) ซึ่งเป็นเส้นใยที่เหนียวกว่าฝ้าย และเหนียวกว่าบินินหลายเท่า ทำให้ได้ผ้าที่ทนทาน ไม่ขาดง่าย เนื้อบางเป็นเงาคล้ายไหม ใช้ทำเครื่องนุ่งห่ม เสื้อกีฬา และซับเหงื่อได้ดี แห้งเร็ว เบาสบาย ไม่สกปรกและซักง่าย

เรยอง

(ผ้าเรยอง)

                ผ้าที่ผลิตจากใยเยื่อไม้ โดยใช้ไม้มาบดให้เป็นเยื่อ ผ่านสารละลายแล้วรีดดึงให้เป็นเส้นคล้ายดาย แล้วนำมาทอ ผ้าเรยองถูกกว่าผ้าใยประดิษฐ์ชนิดอื่น น้ำหนักเบาแต่ไม่ทนกรด ไม่ทนร้อน ยืดหยุ่นน้อย เมื่อเปียกความเหนียวจะลดลง เส้นใยไม่คงที่ เสียรูปทรงง่าย

เรี้ย(ถิ่น-ใต้)

                หลอดกรอด้ายพื้นบ้านทำด้วยปล้องไม้ไผ่เรี้ย (ปัจจุบันใช้ท่อพีวีซี) มี ๒ ชนิด ได้แก่

          -เรี้ยหันด้ายใหญ่ เรี้ยสำหรับกรอด้ายเส้นยืน มีขนาดใหญ่ เส้นผ้าศูนย์กลาง ประมาณ ๑ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๕ – ๖ เซนติเมตร

          -เรี้ยหันด้ายทอ  เรี้ยสำหรับกอด้ายเส้นพุ่ง  ขนาดเล็กกว่าเรี้ยหันด้ายใหญ่ เพราะต้องใส่ในตรน (อุปกรณ์สำหรับพุ่งด้ายเส้นนอน เป็นหลอดกลวง ทำด้วยไม้เรี้ยขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑ นิ้ว ปัจจุบันใช้ท่อพีวีซี) อีกทีหนึ่ง  เพื่อพุ่งด้ายเส้นนอนคล้ายกระสวย

อักษร ล

ลงคราม

(ผ้าที่ลงคราม)

                ผ้าขาวที่ซักแล้วชุบลงในน้ำที่ผสมครามอ่อนๆ แล้วนำขึ้นตาก เมื่อผ้าแห้งจะมีสีขาวนวลตา

ลงแป้ง

                การนำผ้าชุบแป้งมันที่ละลายน้ำร้อนคล้ายแป้งเปียก แล้วตากให้แห้ง เมื่อรีดเนื้อผ้าจะแข็ง กลีบและจีบต่างๆ จะคงรูปอยู่ได้นาน

ลอกลาย

(ลอกลายผ้า)

                ผ้าชนิดหนึ่งเนื้อบางใส  ประเภทผ้าใยอัด  ใช้วางทาบลายต้นแบบแล้วลอกให้เหมือนลายนั้นเพื่อทำซ้ำ

ล่องพื้น(ถิ่น – ใต้)

                ผ้าลายเป็นแถบสามสีเดิมทอมากที่จังหวัดตรัง

ละว้า

                ผ้าเนื้อหยาบหนากว่าผ้านุ่งทั้วไปมักใช้ทำย่าม

ลายเก็บมุก(ถิ่น – เหนือ)

                การสร้างลวดลายด้วยการทอคล้ายกับการเก็บขิดของอีสาน  แต่จะเก็บลายด้วยไม้ไผ่เหลากลมปลายทู่คล้ายไม้ถักนิตติ้ง  เมื่อเก็บลายเสร็จแล้วจะสอดเส้นด้ายไม้เก็บตามแม่ลายที่ต้องการจะเก็บ  ลายชนิดนี้มีมากมายหลายชนิดและเรียกชื่อต่างกันไปตามความนิยมของท้องถิ่น

ลายขัด

                การทอด้วยวิธีธรรมดา คือ เส้นยืนกับเส้นพุ่งขัดสลับกันอย่างละเส้น เหมือนการสานลายขัด ใช้เขาหรือตะกอยกและข่ม

ลายขิด

                ลายบนผืนผ้าที่เกิดจากการทอ โดยยกเส้นยืนด้วยไม้ปลายเรียว แล้วสอดเส้นพุ่งตามร่องไม้ที่ยกไว้ด้วยเส้นพุ่งพิเศษ ทำให้เกิดเป็นลวดลายต่างๆ คำว่า ขิด หมายถึง การงัดช้อนเส้นยืนขึ้นเพื่อให้เป็นช่อง ไม้ที่ใช้งัดเรียก ไม้เก็บขิด

ลายคาดก่าน

(ซิ่นคาดก่าน หรือ มัดก่าน)

                การสร้างลวดลายที่ใช้กรรมวิธีเช่นเดียวกับลายหมี่ การคาด (มัด) ก่อนย้อมจะเป็นตัวกำหนดขนาดของลายคล้ายลายมัดหมี่  ลายคาดก่านมักประดิษฐ์เป็นลวดลายเล็ก ๆ ไม่พัฒนาลวดลายเหมือนลายน้ำไหลของเมืองน่านโดยเฉพาะ

ลายปะผ้า (ไทโซ่ง)

                วิธีทำลายตกแต่งผ้าของชาวไทยโซ่งคือใช้เศษผ้าไหมสีพับเป็นรูปสามเหลี่ยมสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เย็บตรึงเป็นลายต่าง ๆ บนหน้าหมอน เสื้อฮี ลายกระเป๋าคาดคาดเอวผู้ชาย และมุ้งของคู่บ่าวสาว  สีที่นิยมใช้ได้แก่ สีเขียว ขาว เหลือง แดง หรือส้ม ภายหลังนำกระจกสีหรือเลื่อมมาปะติดตรงกลางลายให้สวยงามยิ่งขึ้น

ลายน้ำ

                ผ้าชนิดหนึ่งเมื่อรีดแล้วเป็นมันขึ้นลายคล้ายน้ำวน  แต่ไม่ทน ซักเพียงไม่กี่ครั้งจะไม่ขึ้นมันและไม่มีลาย

ลายน้ำจืด

          ผ้าโบราณชนิดหนี่ง  มีลายคล้ายน้ำวน แต่สีไม่ทน หากซักซ้ำ ๆ ลายจะหายไป

ลายปูม

(ผ้าปูม)

                ลายผ้าที่เกิดจากการย้อมมัดหมี่ นิยมทอด้วยไหม

แล่ง

                การรีดทองคำหรือเงินเป็นเส้นบางๆ แล้วแล่งให้เป็นริ้วคล้ายเส้นตอก

อักษร ว

วิลันดา

                ผ้าแพรสำหรับตัดเสื้อสมัยอยุธยาหรือรัตนโกสินทร์ เช่น ผ้าพื้นสีน้ำเงินปักลายลดาทอง ลายต้นไม้เงิน ผ้าแพรมแกมไหมยกเงินพื้นสีเขียว

แว

                แวที่ทำด้วยกะลามะพร้าว เปลือกหอย และดินเผาเป็นแผ่นกลมๆ ขนาดเท่าหัวแม่มือ มีไม้เล็กๆ เสียบอยู่ตรงกลาง เพื่อใช้ปั่นเส้นใยให้เป็นเกลียว

อักษร ศ

ศาณี

                ผ้าโบรารชนิดหนึ่ง ทอด้วยป่าน

อักษร ส

ส้ง(ไทโซ่ง)

(ซิ่นชาวไทโซ่ง)

                กางเกงของคนไท-ลาว ถ้าเป็นกางเกงขาสั้นเรียก ส้งก้อม หรือส้วงก้อม หากเป็นกางเกงขายาวเรียก ส้งย่าม

สนอม

                ผ้าโบราณชนิดหนึ่ง  มักใช้กับเสื้อพระราชทาน

สะดึง

                ที่ขึงผ้าให้ตึงเพื่อให้เย็บหรือปักได้สะดวก  ทำด้วยไม้เป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือวงกลมมีขนาดต่าง ๆ กัน

สังเวียน

          ผ้าโบราณชนิดหนึ่งสันนิษฐานว่าเป็นผ้านุ่ง  ทอสอดลายดิ้น

สัมมะรส

                ผ้าโบราณชนิดหนึ่ง  เป็นผ้ายกสีขาว เชิงเป็นสีทอง ข้าราชการเมืองนครศรีธรรมราชใช้นุ่งในพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา

สาณ

                ผ้าเนื้อหยาบที่ทอด้วยป่านหรือลินิน

สาลู

                ผ้าขาวบาง ใช้ย้อมหรือพิมพ์ลายได้ดี

สีย้อมผ้าธรรมชาติ (ดู ย้อมสีธรรมชาติ)

สืบหูก

(วิธีการสืบหูก)

                การร้อยด้ายเส้นยืนใส่ร่องฟืม เมื่อเสร็จแล้วจะผูกเขาหูก ๒ แผง คือ ๒ ตะกอ เพื่อยกหรือข่มด้ายเส้นยืนให้ขึ้นหรือลงสลับกัน

สุพรรณพัสตร์

                ผ้าลายทองใช้ดิ้นเป็นเส้นพุ่ง  ทอสลับกับเส้นยืนต่างสี เช่น สีขาว แดง ม่วง ทำให้เป็นผ้าสีทองเหลือบขาว  สีทองเหลือบแดง และสีทองเหลือบม่วง เป็นต้น

เส้นพุ่ง

(เส้นพุ่ง)

                เส้นด้ายที่สอดผ่านเส้นยืน โดยม้วนอยู่ในหลอดด้ายในกระสวย ต้องพุ่งจากด้านหึ่งไปอีกด้านหนึ่ง แล้วข่มเส้นยืนลง พุ่งกระสวยกลับไป ทำเช่นนี้สลับกันไป สลับกับการกระทบฟืม เส้นพุ่งก็จะเพิ่มหน้าผ้ามากขึ้นเรื่อยๆ

เส้นยืน

(เส้นยืน)

                เส้นด้ายที่ขึงในแนวตั้งในกี่ทอผ้า อีสานเรียก เส้นเครือ หรือ เครือ

โสร่ง

(ผ้าโสร่ง)

                ผ้านุ่งเป็นถุง มีลวดลายต่างๆ กัน ผู้ชายอีสานมักนุ่งเป็นผ้านุ่งอยู่กับบ้าน หรือไปงานที่ไม่เป็นทางการมากนัก มีทั้งโสร่งฝ้ายและไหม ลวดลายต่างกันไปตามความนิยมแต่ละถิ่น

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: